img
■ WHAT A MAN WANTS TO BE ■
Life Style
Star & Style
LOVE AND LIVE LIFE
“NICHAN HORVEJKUL”

ตบเท้าขึ้นแท่นเป็นหนุ่มฮอตชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอีกราย สำหรับ “ฌาน–ฌิชฌาน หรเวชกุล” พี่ชายที่แสนดีของซุปเปอร์สตาร์ไทยชื่อดังกระฉ่อนเอเชีย “คุณ-นิชคุณ หรเวชกุล” สมาชิกบอยแบรนด์ 2PM เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคย และจำผู้ชายคนนี้ได้ติดตา ไม่แพ้น้องชาย เห็นเงียบๆ ขรึมๆ นิ่งๆ ยิ้มน้อยๆ ตัวจริงมีเสน่ห์ล้นเหลือเลยล่ะ เป็นทั้งหนุ่มทำงาน นักกีฬาแบดมินตันฝีมือเยี่ยม ร้องเพลงก็เก่งใช่ย่อย ล่าสุดเจ้าตัวก็กำลังจะโกอินเตอร์กับผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก ซึ่งเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของประเทศอินโดนีเซียซะด้วย…     

“ผมกำลังเตรียมตัวสำหรับภาพยนตร์ที่กำลังจะไปถ่ายทำที่ประเทศอินโดนีเซียครับ ณ ตอนนี้ก็มีเรียนภาษาอินโดฯ แล้วก็ได้บทมาบ้างแล้วนิดหน่อย พยายามจะท่องบทให้ได้ เพราะบทเป็นภาษาอินโดนีเซียทั้งหมดเลย ตื่นเต้นมาก จริงๆ ผมเป็นคนไทย อยู่เมืองไทย แต่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงในเมืองไทย แต่ว่าถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ได้มีโอกาสเล่นหนังต่างประเทศก่อน เป็นการเปิดตัว และเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ (หัวเราะ) คิดว่าคงจะเข้ามาฉายในเมืองไทยนะครับ ใจผมก็อยากให้มาฉายที่เมืองไทยด้วย ถ้าเอามาฉายจริงๆ คนไทยคงได้ดูกัน”      

จะว่าไป “ฌาน” ยังไม่เคยลองเล่นภาพยนตร์ หรือว่าละครไทยเลย อยู่ๆ กระโดดไปเป็นพระเอกที่อินโดนีเซียได้ยังไง

“เริ่มต้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ผมมีโอกาสไปเป็นเซเลบริตี้รับเชิญอีเว้นท์ของบริษัทๆ หนึ่ง และก็ได้ไปเที่ยวกับพวกแฟนคลับ เขาเรียกให้ผมไป  ได้ไปพบพวกเขา พวกเขาก็ชอบกัน หลังจากนั้นพอกลับมาเมืองไทย ผมก็ตัดสินใจไปเที่ยวที่อินโดนีเซียอีก ได้ไปออกรายการทีวีนิดหน่อย ซึ่งมีโอกาสได้พบเจอกับโปรดิวเซอร์หนัง เขาสนใจจึงเรียกไปแคส ปรากฏว่าพอไปแคสแล้วก็ได้เล่นเป็นพระเอก เป็นบทนำเลยครับ     ซึ่งเป็นหนังโรแมนติก-ดราม่า บทบาทที่ได้รับ ฌานจะเป็น Manager ของเกิร์ลกรุ๊ปที่อินโดฯ ซึ่งพอมีโอกาสได้เห็นรูปพวกเขา ที่จะได้มาร่วมงานกันบ้างแล้วนะครับ จะเป็นกลุ่มเด็กอายุ 17-18 ปี เด็กที่เพิ่งจะจบมัธยมมาแล้วอยากจะเป็นนักร้อง ในบทจะเป็นผู้จัดการดูแลเด็กพวกนี้ ทำธุรกิจด้านเอ็นเตอร์เทนเมนท์ แล้วก็ไปเจอพวกเขาในงานตอนเย็น เป็นพวกเต้น Cover แล้วก็ดึงมาทำงานกับเรา โชคดีที่เขาให้บทพระเอกเป็นเด็กจบจากอเมริกามา เลยพูดภาษาอินโดนีเซียไม่ค่อยชัด คือ เขาจะมีสำเนียงคล้ายๆ แขกนิดหนึ่ง ออกเสียงสูงๆ ต่ำๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะท้ายประโยค  เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของภาษา ภาษาอินโดฯ ยากมาก และก็เรียนการแสดง เรียนด้านฟิวส์ลิ่ง อินนอร์ต่างๆ ด้วยครับ ก็น่าจะเริ่มต้นถ่ายทำในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้” (หัวเราะ)      

ได้ข่าวว่ามีแฟนคลับที่อินโดนีเซียตามกรี๊ดเยอะแล้วด้วย

“เมื่อปีที่แล้วเดือนพฤศจิกายน มีคอนเสิร์ต 2PM ที่อินโดนีเซีย หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าคอนเสิร์ต เขาก็เชิญผมไปพูดคุย มีแฟนคลับมาประมาณ 200 กว่าคน แล้วตอนเดินออกไปนี่คือ คนกรี๊ดดังมาก รู้สึกปลื้มใจมากที่แบบ เอ๊ะ! เรามีแฟนคลับที่อินโดฯ ด้วย รู้สึกดีใจที่มีแฟนคลับที่ต่างประเทศด้วย ทั้งที่จริงๆ เขาอาจจะไม่รู้จักหรือเจอเราด้วยซ้ำ     พอมาถึงหนังเรื่องนี้ ผมเลยอยากทำให้ดีที่สุด ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง แต่ผมก็ตั้งใจซ้อมมาก อยากทำออกมาให้ทุกคนได้ดูกัน”      

จากเด็กวิศวะ…ดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก ผันตัวเองมาชิมลางงานบันเทิง สู่เส้นทางอาชีพที่ชอบ

“ผมเรียนจบวิศวะคอมพิวเตอร์ คือเริ่มต้นที่เป็นคนชอบเล่นเกมส์ ซึ่งวิศวะคอมพิวเตอร์ไม่เกี่ยวกับเกมส์เลย  ซึ่งผมเองเข้าใจผิดว่าเป็นอย่างนั้นมาตลอด (หัวเราะ) พอจบไฮสคูลแล้วก็อารมณ์ประมาณว่า เรียนคณะอะไรดี เรียนคณะที่สร้างเกมส์ดีกว่า ก็เลยไปเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ หลังจาก 2 ปีแรกถึงรู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย น่าจะเป็นกราฟิกดีไซน์ (หัวเราะ) แต่ก็เรียนจนจบ  กะว่าจะทำงานวิศวะ แต่ว่ามีโอกาสได้เล่นเอ็มวีที่เมืองไทยก่อน ตอนนั้นกลับมาเมืองไทย พอได้ลองทำก็ติดใจ สนุกดีนะ ในเอ็มวีตัวเราต้องไปวิ่งตามถนน คนก็มอง แต่รู้สึกว่าผมไม่อาย จะอายทำไม ในเมื่อทำงานอยู่ เลยรู้สึกว่าการแสดงทำให้เราทำอะไรได้มากกว่าคนทั่วไป จึงรู้สึกชอบตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา”      

ความเหมือนที่แตกต่าง…เพราะไม่ว่าน้องชาย น้องสาว นิชคุณ กับ เชอรีน ทั้ง 2 คนนั้นชื่นชอบและมีใจอยากจะเป็นศิลปินนักร้อง แต่ฌานกลับชื่นชอบการเป็นนักแสดงมากกว่า

“จริงๆ ผมร้องเพลงได้ แต่ก็ไม่เรียกว่าเป็นคนมีความสามารถทางด้านการร้องเพลง ถามว่าชอบร้องเพลงมั้ย ตอบว่าชอบร้องเพลงอยู่แล้ว แต่ชอบเรื่องของการแสดงมากกว่า รู้สึกว่าสนุกกว่า และก็ได้ปลดปล่อย เป็นอะไรที่เราไม่สามารถเป็นได้ ผมชอบตรงนั้นมากกว่า      

ทั้งๆ ที่ได้ข่าวว่า ตอนเด็กๆ เราเป็นเด็ก ขี้อาย…

“ตอนนี้ก็ยังขี้อายบ้าง (หัวเราะ) คือผมเป็นคนเงียบๆ ไม่ถึงกลับขี้อายจนเกินไป แต่จะชอบอยู่กับตัวเอง ชอบเก็บตัว จะไม่ค่อยเริ่มต้นคุยกับใครก่อน ถ้าสมมุติมาคุยกับเรา เราก็จะคุยด้วย คือบางคนก็บอกว่าผมเป็นคนร่าเริงนะ บางคนก็บอกว่า ผมเป็นคนเงียบๆ  จริงๆ ก็แล้วแต่คนจะมอง ถ้าถามส่วนตัวผม ผมว่าก็เป็นคนร่าเริงนะ แต่ถ้าอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก ก็จะวางตัวให้นิ่งๆ ไว้ เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะชอบเรารึเปล่า ถ้าเราไปเฮฮา”      

ได้เห็นมุมน่ารักๆ ในบทบาทของการเป็นนักแสดง และพี่ชายที่แสนดีกันไปแล้ว คราวนี้มาดูไลฟ์สไตล์ของ“หนุ่มฌาน” ว่ากันว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนรักสุขภาพเอามั่กมาก…แถมยังเลิฟการตีแบดเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนสาวๆ คนไหนที่ชื่นชอบผู้ชายอบอุ่น อารมณ์ดี “ฌาน” ตอบโจทย์นี้ได้ตรงเป๊ะเลย     

“ผมถือคติที่ว่า เกิดมาครั้งหนึ่ง ชีวิตหนึ่งก็ใช้ให้มันคุ้มซะ ทำอะไรก็คิดนิดหนึ่งก่อน แต่ว่าอย่าไปคิดมาก เพราะถ้าคิดมาก เดี๋ยวจะไม่ได้ทำ มัวแต่เดี่ยวเป็นนู่น เป็นนี่ อย่าคิดมากไป ทำเลยดีกว่า อย่างตอนนี้นอกจากงานที่ทำ ผมยังมีความฝันอยากจะเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองครับ คือจริงๆ ที่บ้านตอนนี้ก็มีธุรกิจขายยาอยู่นะครับ สักวันหนึ่งผมอาจจะต้องกลับไปทำที่บ้านเหมือนกัน ไปช่วยแม่ เพราะมันเป็นธุรกิจครอบครัว  คือเราก็อยากมีร้านค้าของตัวเองสักอย่าง เช่นร้านขนมหวาน คือผมเคยคุยกับคุณ แล้วเขาก็ชอบขนมหวานไทยๆ และผมก็เป็นคนที่ชอบขนมหวานของไทย พวกฝอยทอง ขนมชั้น  จึงอยากจะลองเปิด ออกแบบสไตล์รุ่นใหม่หน่อย แต่ก็มีบรรยากาศของความเป็นไทยครับ”      

แล้วที่ใครๆ เขาว่า “ฌาน” เป็นผู้ชายอบอุ้น…อบอุ่น  อบอุ่นแค่ไหน

“อันนี้ต้องถามคนรอบข้างผมดูนะครับ (หัวเราะ) แต่ถ้าความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าใครที่ผมรู้จักก็จะเป็นห่วง และอยากจะคอยเทคแคร์เขา ไม่อยากเห็นเขาทุกข์”      แล้วเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ และก็หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มของ “ฌาน” ล่ะ     “ผมจะพยายามนอนพักผ่อนเยอะๆ แต่ว่าบางทีก็ทำไม่ค่อยได้ เพราะว่าผมทำงานเยอะ ก็จะนอนดึก ตื่นเช้า ถ้าเป็นไปได้ก็จะพยายามนอนวันละ 6-7 ชั่วโมง และก็ออกกำลังกายทุกวัน บางทีเลิกงาน 2 ทุ่ม ยังไม่ดึกมาก ก็แวะไปตีแบด (แบดมินตัน) จนถึง 4-5 ทุ่ม ยังไม่ถึงกับโปร ถ้านับโปรก็น่าจะ C บวก จริงๆ แบดมินตันเป็นกีฬาที่แต่ก่อนตอนเด็กๆ ไม่ชอบเลยนะครับ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ โดนพ่อแม่บังคับ พ่อบังคับให้ไปเรียน เลยมีความรู้สึกว่าไม่ชอบเลย จนกระทั่งไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ และเหมือนกับที่นั่นมีกีฬาหลายอย่าง เตะบอล รักบี้ เราก็เห็นว่ามันมีแบดฯ เราตีเป็นก็เลยไปตี ปรากฏว่าคนก็ชื่นชม ว่าทำไมเราตีเก่งจัง ช่วยสอนให้หน่อยได้ไหม เลยรู้สึกชอบตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้”      

คุณเห็นด้วยกับพวกเรามั้ย ว่าผู้ชายคนนี้น่าทึ่งเอามากๆ ทั้งในเรื่องความคิด มุมมองการใช้ชีวิต การทำงาน ที่หลายคนหยิบเอาไปเป็นแบบอย่างได้

สุดท้าย ในฐานะที่เราเป็นพี่ชายคนโต อยากจะบอกอะไรกับบรรดาแฟนคลับที่คอยติดตามผลงานของพวกเราทั้ง 3 คน ทั้งตัวฌาน, นิชคุณ และเชอรีน บ้างไหม     

“ผมขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ที่ให้กำลังใจพวกเรามาตลอด ตั้งแต่น้องคุณ น้องเชอรีน และก็ผม เพราะถ้าไม่มีพวกคุณ แฟนคลับทุกคน วันนี้ก็คงไม่มีพวกเรา ขอบคุณที่สนับสนุนพวกเรา และอยากให้สนับสนุนกันต่อไป หนังจะเข้าไทยเมื่อไหร่ ไม่ปลายปีนี้ ก็ต้นปีหน้า ก็ฝากติดตามด้วยครับ”
 

Update : Monday, 07 April 2014 16:07