img
■ WHAT A MAN WANTS TO BE ■
Fashion
Watch & Accessory
Remake vintage watches
Over the years in the watch industry, vintage or retro theme timepieces is one of the most popular sectors and is in highest demand in the world. As the vintage watches have their own timeless value inscribed historically, nothing can overtake their fame. The demand for retro watches in the market grows and gets stronger every year, no less than any prevailing high-end brands sold in the market. Many people are drawn to vintage watches because of the antique designs and the anecdote which has influenced the collector’s passion tremendously.  
 
Vintage watch is not just a watch. It’s a legend. Owning a retro watch is about value and appreciation.
 
ช่วงหลายปีมานี้ กระแสนาฬิกาแนวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทั่วโลกก็คือ นาฬิกาแนวย้อนยุค หรือที่เรียกว่าแนววินเทจนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นที่ต้องการของผู้คนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านาฬิกาแนวสมัยใหม่กันเลยทีเดียว อาจเป็นด้วยยุคแห่งข้อมูลข่าวสารในทุกวันนี้ที่ผู้คนต่างเข้าถึงเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างสะดวก จึงทำให้ตำนานความยิ่งใหญ่ในอดีตของนาฬิการุ่นต่างๆ กลับมาโลดแล่นและเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ฉบับนี้ เราได้นำนาฬิการุ่นปัจจุบันที่ทำออกมาในสไตล์วินเทจจากหลากหลายแบรนด์ มาให้ชมกันครับ
 
รูปแบบสไตล์วินเทจของนาฬิการุ่นปัจจุบันนั้น อาจแบ่งง่ายๆ ออกได้เป็น 2 กลุ่ม นั่นก็คือ กลุ่มนาฬิกาประเภทที่ออกแบบให้มีอารมณ์ของนาฬิกายุคอดีตกรุ่นอยู่ในดีไซน์ของตน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะตัวเรือน หน้าปัด เข็ม มาร์กเกอร์ หรือแม้แต่รูปแบบของสายนาฬิกา ที่นำสไตล์ของนาฬิกาสมัยก่อนมาใช้ แต่ไม่ได้มีความเป็นมาเป็นไปอะไรอย่างชัดเจนว่านำรูปแบบมาจากนาฬิการุ่นไหนในอดีต ส่วนกลุ่มที่สองก็คือ งานในลักษณะที่เรียกว่าเป็นแบบรีเมค นั่นก็คือ การนำรูปแบบของนาฬิการุ่นใดๆ ที่เคยผลิตขึ้นมาในอดีต กลับมาสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยอาจมีการปรับปรุงในรายละเอียดให้เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิมอย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าความนิยมในหมู่ของคนชื่นชอบนาฬิกาก็จะตกอยู่กับกลุ่มประเภทหลังที่เป็นงานรีเมคกันมากกว่า เพราะมีเรื่องราวและประวัติศาสตร์ให้สืบค้นและเล่าขานมากมาย ต่างจากกลุ่มแรกที่เป็นวินเทจแต่รูปร่างหรือหน้าตาเพียงผิวนอกเท่านั้น เราจึงขอนำตัวอย่างของนาฬิกาแนวรีเมคมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ทำความรู้จักกันครับ
 
นาฬิการุ่นแรกที่อยากแนะนำก็คือ นาฬิกาจากแบรนด์ดังอย่าง Omega ที่ล่าสุดในปีนี้เพิ่งออกรุ่นรีเมคของ Speedmaster Mark II มาให้ผู้คนได้ชื่นชมกัน โดยเป็นการรีเมคของนาฬิกาจากสมัยปลายยุคซิกส์ตี้ส์ที่มีชื่อรุ่นเดียวกันนี้ ด้วยหน้าตาและรูปร่างที่เรียกว่าถอดแบบกันมาเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนทรงถังเบียร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าต้นฉบับเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีการปรับรายละเอียดต่างๆ อยู่บ้างโดยเฉพาะบนหน้าปัด ซึ่งก็มิได้ทำให้ดูแปลกไปกว่ารุ่นเดิมมากนัก จุดเปลี่ยนที่ชัดเจนก็คือ นาฬิการุ่นใหม่นี้ใช้กลไกอัตโนมัติฟังก์ชั่นโครโนกราฟยุคปัจจุบันแทนกลไกโครโนกราฟแบบไขลานในยุคก่อน โดยในรุ่นใหม่จะมีฟังก์ชั่นแสดงวันที่ให้มาด้วย
 
ตามด้วยนาฬิกาแบบสปอร์ตหรูจาก IWC ในตระกูล Ingenieur ที่ถูกผลิตออกมาในหน้าตาลักษณะนี้ครั้งแรกเมือ ค.ศ. 1976 จากฝีมือของ Gerald Genta นักออกแบบนาฬิการะดับตำนาน และก็ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่เรียกได้ว่าเป็นหนล่าสุดของการรีเมครุ่นดั้งเดิมก็คือ เวอร์ชั่นปี 2013 ในรหัส 3239 ที่มีขนาดของตัวเรือนเท่ากับรุ่นต้นฉบับ และมีความหนาที่ใกล้เคียงกัน ทั้งยังมีเกราะโลหะห่อหุ้มกลไกอัตโนมัติเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สนามแม่เหล็กมารบกวนการทำงานเช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิมด้วย แต่รุ่นนี้อาจจะเรียกว่าเป็นงานรีเมคได้ไม่เต็มปากนักด้วยลักษณะของดีไซน์โดยรวมที่ดูทันสมัยกว่ารุ่นดั้งเดิมอยู่มากทีเดียว
 
 
จาก IWC เรามาชมนาฬิการีเมคของทาง Jaeger-LeCoultre กันบ้าง ซึ่งก็เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากนาฬิกาตระกูล Reverso ที่เป็นดั่งไอค่อนของแบรนด์นั่นเอง ความโดดเด่นของนาฬิกา Reverso ก็คือ ลักษณะของตัวเรือนที่สามารถพลิกกลับด้านได้ด้วยระบบกลไกเฉพาะตัวซึ่งได้จดสิทธิบัตรเอาไว้ตั้งแต่ ค.ศ. 1931 แล้ว นาฬิกาตระกูลนี้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา แต่รุ่นที่ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นรีเมคที่นำเอาลักษณะดั้งเดิมสมัยรุ่นแรกๆ จากทศวรรษที่ 1930 มาใช้ก็คือ Grand Reverso Ultra Thin Tribute to 1931 ที่เริ่มผลิตขึ้นเมื่อปี 2011 อันเป็นปีที่นาฬิกาตระกูลนี้มีอายุครบ 80 ปีนั่นเอง โดยรุ่นนี้จะมีความงดงามแบบดั้งเดิมด้วยการใช้ฝาหลังแบบเรียบทึบ และใช้รูปแบบของหน้าปัด เข็ม และมาร์กเกอร์ ในลักษณะเดียวกับรุ่นต้นฉบับ ทั้งยังใช้กลไกแบบไขลานอีกด้วย เว้นเพียงแต่ขนาดของตัวเรือนที่ถูกปรับให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย
 
รุ่นต่อมาเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งนาฬิกาประจำกายของนักบินยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นั่นก็คือ Glycine รุ่นAirman นาฬิกาบอกเวลาด้วยเข็มรอบละ 24 ชั่วโมง ที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1953 และล่าสุดได้ฉลองครบรอบ 60 ปีของนาฬิการุ่นนี้ด้วยการออกรุ่น Airman No.1 ที่เหมือนกับเป็นรุ่นรีเมคของรุ่นแรกจากปี 1953 แบบแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่าง ตั้งแต่ขนาดตัวเรือน ขอบตัวเรือนหมุนได้พร้อมสเกล 24 ชั่วโมงอีกชุดหนึ่งเพื่อตั้งแสดงค่าเวลาที่สอง กระจกเพล็กซิทรงโดม เว้นแต่เพียงรูปแบบของเข็มและรายละเอียดบนหน้าปัดที่ดูทันสมัยขึ้น และใช้กลไกอัตโนมัติของ ETA ในยุคปัจจุบันแทนกลไกอัตโนมัติ Felsa 692 ที่ไม่มีการผลิตขึ้นแล้ว ออกมาใน 2 รูปแบบด้วยกันคือ รุ่นที่มีสามเข็มแบบดั้งเดิม และรุ่นที่มีสี่เข็ม ซึ่งมีการเพิ่มเข็มฟังก์ชั่นจีเอ็มทีสำหรับแสดงค่าเวลาเพิ่มได้อีก 1 ไทม์โซน รวมเป็น 3 ไทม์โซนด้วยกัน
 
ต่อกันด้วยแบรนด์ Tudor ที่ในปีนี้หยิบเอานาฬิกากลไกอัตโนมัติดีไซน์เรียบง่ายรุ่น Oyster Prince Ranger จาก ค.ศ. 1967 กลับมารีเมคใหม่ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Heritage Ranger โดยมีการปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย แต่รูปลักษณ์โดยรวมก็ยังคงเป็นเหมือนกับรุ่นต้นฉบับแทบจะไม่ผิดเพี้ยน หากแต่ใช้วัสดุที่ทันสมัยกว่า
 
นาฬิกาแนวรีเมคโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในกลุ่มที่เป็นนาฬิกาแบบเข็มอนาล็อกกลไกจักรกลเนื่องจากเป็นรูปแบบนาฬิกาสไตล์คลาสสิกดั้งเดิม ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูของกลไกควอตซ์และการแสดงผลแบบดิจิตอลในยุคเซเว่นตี้ส์เป็นต้นมา แต่ก็ใช่ว่านาฬิกาควอตซ์ดิจิตอลในยุคแรกๆ จะไม่มีการนำมารีเมคนะครับ เพราะแบรนด์ที่เน้นขายดีไซน์อย่าง Braun แห่งประเทศเยอรมนี ก็มีการนำนาฬิกาดิจิตอลจากยุคเซเว่นตี้ส์รุ่น DW30 ของตน กลับมารีเมคขึ้นใหม่โดยใช้รหัสใหม่ว่า BN0076 โดยมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับรุ่นดั้งเดิมเป็นอย่างยิ่ง แตกต่างก็แต่เพียงขนาดที่ใหญ่ขึ้นกับมีการปรับรายละเอียดเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นความคลาสสิกในอีกรูปแบบหนึ่งของเครื่องบอกเวลาแนววินเทจเช่นกันครับ
Update : Tuesday, 03 March 2015 16:42