img
■ WHAT A MAN WANTS TO BE ■
Fashion
Watch & Accessory
Less Is More
The popularity of minimalism has once again sky rocketed. Because minimalist pieces are uncomplicated, attractive, and easy to use, they suit the desire and demand of those want to go back to simpler times, those who seek an escape from commotions and complexity of the modern-day world. Exemplary of this trend are products designed by Apple. All complex elements are hidden underneath a minimalist façade. People just fall in love with this brand, and many other brands are now doing the exact same thing in design.
 
งานดีไซน์แบบมินิมัลลิสท์มีที่มาจากเหล่าดีไซน์เนอร์ในเยอรมันสมัยราวกลางศตวรรษก่อน ซึ่งนิยมออกแบบสิ่งต่างๆ ให้มีความเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ชวนมอง มีสัดส่วนที่ลงตัว และจะต้องสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ยุ่งยากวุ่นวาย ซึ่งเราจะพบเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ในงานดีไซน์ของเยอรมันตั้งแต่สิ่งของเครื่องใช้ชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงตึกรามบ้านช่องกันเลยทีเดียว งานดีไซน์ประเภทนี้ได้รับความนิยมมากน้อยต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย แต่ไม่เคยจากหายไปไหน ตราบจนถึงปัจจุบัน โดยพบได้ในสิ่งของเครื่องใช้ในทุกประเภท รวมไปถึงนาฬิกาข้อมือด้วยเช่นกัน
 
ในยุคปัจจุบันความนิยมของงานดีไซน์แบบมินิมัลลิสท์ได้พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ด้วยความที่ผู้คนจำนวนมากต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและความซับซ้อนในสังคมและเทคโนโลยีสมัยใหม่และกลับไปหาอะไรที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้สะดวกและมีความสวยงามอันเป็นคอนเซ็ปต์ของดีไซน์ประเภทนี้อยู่แล้ว ซึ่งดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากแบรนด์ Apple น่าจะพอเป็นเครื่องชี้วัดความนิยมนี้ได้อย่างชัดเจน ด้วยความที่สิ่งซับซ้อนทั้งหลายได้ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้งานออกแบบอันแสนเรียบง่ายที่ผู้คนหลงรัก และแบรนด์อื่นๆ ก็ต้องหันมาทำตามกันหมด
กลับมาที่วงการนาฬิกากันบ้าง งานดีไซน์นาฬิกาด้วยรูปแบบสไตล์มินิมัลลิสท์นั้น หากจะว่ากันถึงผู้นำแล้ว ก็คงจะต้องเอ่ยถึงแบรนด์เยอรมันที่ชื่อว่า Junghans (ยุงฮันส์) ซึ่งเขาได้ให้ดีไซเนอร์แนวมินิมัลลิสท์ชาวสวิสที่ชื่อ แม็กซ์ บิล ออกแบบนาฬิกาให้มาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 50 โดยเริ่มจากนาฬิกาแขวนผนัง ต่อด้วยนาฬิกาข้อมือในยุคทศวรรษที่ 60 ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปจากนาฬิกาแบบดั้งเดิมของสวิส อเมริกัน หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในด้านเส้นสายและรูปแบบของตัวเรือนอันเรียบง่าย หน้าปัดอันเกลี้ยงเกลาหมดจด และเข็มกับหลักชั่วโมงขนาดเล็กแต่กลับอ่านค่าได้ชัดเจนสุดๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วความนิยมของนาฬิกาแบบนี้ในสมัยที่ออกมาครั้งแรกนั้น ยังสู้ในสมัยปัจจุบันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นั่นก็อาจเป็นเครื่องบ่งชี้อีกอย่างได้ว่า คนในปัจจุบันนั้นสามารถเข้าถึงและเข้าใจดีไซน์แบบมินิมัลลิสท์ได้ดีกว่ายุคที่รูปแบบดีไซน์ประเภทนี้ถือกำเนิดเสียอีก ซึ่งก็ทำให้นาฬิกา Junghans แบบที่เรียกว่า Max Bill ตามชื่อดีไซเนอร์ ยังคงถูกผลิตออกจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันด้วยรูปแบบที่แทบไม่แตกต่างอะไรจากสมัยก่อน นอกจากขนาดของตัวเรือนที่ต้องมีการปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้คนในยุคนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอย่างหลากหลายทั้งในแบบกลไกควอตซ์ กลไกไขลาน และแบบกลไกอัตโนมัติ โดยจะเป็นการใช้กลไกพื้นฐานจากผู้ผลิตกลไกโดยเฉพาะแล้วนำมาปรับปรุงตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งก็ทำให้มีราคาจำหน่ายที่ไม่สูงจนเกินไปนัก
 
Nomos Glashütte (โนมอส กลาสฮุตเทอ) ก็เป็นแบรนด์เยอรมันอีกแบรนด์หนึ่งที่ยึดแนวทางมินิมัลลิสท์ในการออกแบบมาตั้งแต่ครั้งเริ่มผลิตนาฬิกาออกขายในยุคทศวรรษที่ 90 ซึ่งเมื่อเทียบกับ Max Bill ของ Junghans แล้ว จะมีรูปโฉมที่ดูโมเดิร์นกว่ากัน และมีจุดขายอยู่ที่เน้นผลิตเฉพาะกลไกแบบจักรกลเท่านั้น ทั้งในแบบไขลาน และแบบขึ้นลานอัตโนมัติ แล้วทางแบรนด์ก็ยังพยายามสร้างชิ้นส่วนและประกอบกลไกด้วยฝีมือของตนเองให้มากที่สุดด้วย ซึ่งก็กลายเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของแบรนด์นี้ และด้วยเหตุนี้ราคาจำหน่ายก็จะอยู่ในระดับที่สูงกว่าJunghans Max Bill
 
แต่หากมองหานาฬิกาเยอรมันสไตล์มินิมัลลิสท์ที่ราคาย่อมเยาว์ลงมาอีกนิด ก็จะมีนาฬิกาจาก Braun (บราวน์) ผู้ผลิตเครื่องใช้สารพัดชนิดที่มีความโด่งดังในเรื่องของดีไซน์มาอย่างยาวนาน Braun เริ่มทำการผลิตนาฬิกามาตั้งแต่ทศวรรษที่ 70 แล้ว โดยเริ่มจากนาฬิกาปลุก แล้วค่อยผลิตนาฬิกาข้อมือแบบตัวเลขดิจิตอลตามออกมา ต่อด้วยแบบเข็มในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 โดยมีรูปแบบการดีไซน์ที่นำเอาลักษณะของนาฬิกาแขวนของตนมาปรับใช้ ทำนองเดียวกับที่ Max Bill เคยทำ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังดีไซน์อันยอดเยี่ยมนี้ก็คือ ดีเทอร์ ฮัมส์ และ ดีทริช ลุบส์ ดีไซเนอร์ของ BRAUN ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคนั้น นาฬิกาของ Braun จะใช้กลไกควอตซ์ในการขับเคลื่อน จึงทำให้มีราคาจำหน่ายที่ย่อมเยาว์กว่า 2 แบรนด์ที่กล่าวมา โดยจะมีทั้งแบบดิจิตอล และแบบเข็มอนาล็อก ในหลากหลายรูปแบบและฟังก์ชั่นให้เลือกใช้กัน
 
นาฬิกาที่พอจะจัดได้ว่ามีดีไซน์สไตล์มินิมัลลิสท์นี้ นอกจากแบรนด์จากเยอรมันทั้งสามที่ได้เอ่ยถึงไปแล้ว ยังมีนาฬิกาจากแบรนด์เนมชื่อดังซึ่งมีที่มาจากดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นอีกแบรนด์หนึ่งด้วยครับ นั่นก็คือ Issey Miyake (อิซเซ มิยะเกะ) ซึ่งสไตล์การออกแบบของเขาที่วางรากฐานให้กับแบรนด์และเป็นที่ยึดถือปฏิบัติของเหล่าดีไซเนอร์ที่ทำงานให้กับแบรนด์นั้น ได้แฝงรูปแบบมินิมัลลิสม์อยู่ในตัว และแสดงออกให้เห็นในผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นต่างๆ ของแบรนด์นี้ซึ่งก็รวมถึงนาฬิกาที่เป็นอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงด้วย นาฬิกาหลายรุ่นของ Issey Miyake จึงมีลักษณะของดีไซน์แบบมินิมัลลิสท์อยู่ในตัว นาฬิกาส่วนใหญ่ของแบรนด์นี้จะใช้กลไกควอตซ์ จึงทำให้มีระดับราคาที่ไม่สูงมากนัก ยกเว้นบางรุ่นที่เป็นกลไกอัตโนมัติซึ่งจะมีราคาสูงกว่าพอสมควร
 
ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็เป็นตัวอย่างนาฬิกาที่มีแนวทางการดีไซน์แบบมินิมัลลิสท์ ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะแห่งศาสตร์การออกแบบที่ไม่ง่ายเลย เพราะกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สะอาดสะอ้านและงดงามลงตัวออกมานั้น จะต้องผ่านกระบวนการคิดและสร้างสรรค์อย่างหนักเลยทีเดียว สนใจลองซื้อหานาฬิกาแนวนี้มาประดับข้อมือสักเรือนมั้ยครับ
 
Update : Wednesday, 21 January 2015 13:06